ประเทศไทย ประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ|ที่ปรึกษาการตลาด ธุรกิจแบบ B2B บิ๊กบีทแบงค็อก

wave

グッドモーニング バンコク!

2020-3-9

ประเทศไทย ประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ



<The Best Countries to Startup Business 2020>


ประเทศไทย ประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ

US News & World Report ของสหรัฐอเมริกาได้ทำการประกาศ “The Best Countries to Startup Business 2020” เรียบร้อยแล้ว โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งรายงานดังกล่าวมาจากการสำรวจผู้ประกอบทั้งหมด 6,000 คนโดยใช้ตัวชี้วัดที่ได้มาตรฐานระดับโลก 5 ประการ ได้แก่ “ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา” “ระบบราชการ” “ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต” “ความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ” และ “ความสามารถในการระดมทุน”
จากผลสำรวจ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้เดินทางเข้ามามากที่สุด และมีภาคเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี จึงทำให้มีกำลังการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้อัตราความยากจน และการจ้างงานในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีความมั่นคง และยังเป็นผู้ส่งออกข้าว สิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย

สำหรับประเทศลำดับที่ 10-6 ได้แก่ แคนาดา อินโดนีเซีย สวิตเซอร์แลนด์ เม็กซิโกและฟิลิปปินส์


ประเทศที่อยู่ใน 5 อันดับแรก

อันดับ 5 : อินเดีย
ในอดีต การเริ่มต้นธุรกิจในอินเดียจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน แต่ตั้งแต่ในปี 2019 รัฐบาลอินเดียได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการให้มีความง่ายมากยิ่งขึ้นโดยรวบรวมแบบฟอร์มในการสมัครต่าง ๆ รวมกันอยู่ในชุดเดียว นอกจากนี้ อินเดียยังได้ปรับปรุงระบบภาษี เช่น การเปลี่ยนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีสินค้าและบริการ เพื่อเร่งกระบวนการให้มีความรวดเร็วขึ้น

อันดับ 4 : สิงคโปร์
การเริ่มต้นธุรกิจในสิงคโปร์นั้นไม่มีความซับซ้อน และมีขั้นตอนการดำเนินการประมาณ 2 ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะใช้เวลาเพียง 1-2 วัน และในปี 2019 สิงคโปร์ได้ยกเลิกการใช้ประทับตราของบริษัท ซึ่งจะทำให้การเริ่มต้นธุรกิจนั้นง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มอบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับธุรกิจมากที่สุดในโลกสำหรับผู้ประกอบการภายในประเทศอีกด้วย

อันดับ 3 : จีน
ในการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศจีนจะมีกระบวนการประมาณ 4 ขั้นตอน โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 10 วัน และในปี 2019 รัฐบาลจีนได้เริ่มอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนธุรกิจต่าง ๆ ผ่านทางออนไลน์ และลดความซับซ้อนของการลงทะเบียนประกันสังคม ซึ่งทำให้การเริ่มต้นธุรกิจนั้นง่ายขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจที่กรุงปักกิ่งอีกด้วย

อันดับ 2 : มาเลเซีย
มาเลเซียเลื่อนอันดับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 จากอันดับ 5 ของปีที่แล้ว ในการเริ่มต้นธุรกิจที่มาเลเซียจะมีกระบวนการประมาณ 8 ขั้นตอนซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณครึ่งเดือน และในปี 2019 รัฐบาลมาเลเซียได้ช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถชำระภาษีได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบการลงทะเบียนออนไลน์สำหรับภาษีสรรพสามิตและภาษีบริการ 

อันดับ 1 : ไทย
ประเทศไทยยังคงอันดับที่ 1 ในปีนี้ต่อเนื่องจากปี 2019 ในการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยจะมีกระบวนการประมาณ 5 ขั้นตอนซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 สัปดาห์ และในปี 2019 รัฐบาลไทยได้ลดต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ โดยกำหนดค่าลงทะเบียนของบริษัทในอัตราคงที่


หนึ่งในเสาหลักของ "Thailand 4.0"

มาตรการในการดึงดูดและสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศไทยนั้นมีความเพียบพร้อมเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น “Startup Thailand” ซึ่งดำเนินการโดย National Innovation Agency (NIA) องค์กรในเครือของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพ และ Ecosystem ของพวกเขา และยังเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เพื่อให้สตาร์ทอัพสามารถใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการทรัพยากรมนุษย์ และเงินทุน เป็นต้น
 นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้ดำเนินการจัดตั้ง “เขตเศรษฐกิจพิเศษดิจิทัล” เพื่อเป็น Silicon Valley แห่งประเทศไทยในเขตเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดชลบุรี และระยอง
นอกเหนือจากนั้น JETRO องค์กรในเครือของกระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นก็ให้การสนับสนุนนิทรรศการสำคัญอื่น ๆ ที่จัดขึ้นในประเทศไทยรวมถึงการจับคู่ทางธุรกิจสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพที่มาจากประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย